บทความสุขภาพ

สมุนไพรไทยใช้รักษาโรคกรดไหลย้อนได้ผลชะงัด

การรักษาด้วยวิธีการแพทย์แผนปัจจุบันส่วนใหญ่จะเป็นการใช้ยาซึ่งเป็นการสังเคราะห์ขึ้นด้วยวิธีการทางเคมี ทำให้ได้ยาที่มีฤทธิ์บรรเทาอาการของผู้ป่วยไปจนถึงช่วยรักษาโรคต่าง ๆ ได้ ซึ่งการใช้ยาแผนปัจจุบันมีข้อดีคือช่วยรักษาอาการต่าง ๆ ให้หายได้ผลดีมากและรวดเร็ว เพราะมีฤทธิ์เฉพาะที่ แต่เพราะยาแผนปัจจุบันผลิตจากสารเคมีเป็นหลัก จึงทำให้ตัวยาไม่ปรับเข้ากับร่างกาย มีผลข้างเคียงต่าง ๆ เกิดขึ้น จึงทำให้ร่างกายเสียสมดุลแนวทางการรักษาโรคด้วยการใช้ยาสมุนไพรจึงถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก เพราะมีข้อดีหลายอย่าง เช่น ใช้เพื่อรักษาโรคและบรรเทาได้หลายอาการ มีความปลอดภัยกว่ายาแผนปัจจุบันเพราะไม่มีสารเคมี จึงไม่มีผลข้างเคียง สมุนไพรจะเข้ากับร่างกายคนเราได้ดีกว่าเนื่องจากเป็นพืชจากธรรมชาติ อวัยวะต่าง ๆ ก็มีการปรับตัว ไม่เกิดภาวะเสียสมดุลของร่างกายไป แต่สมุนไพรอาจมีข้อจำกัดในเรื่องของสรรพคุณที่กว้างทำให้ไม่ได้รักษาแบบจำเพาะเป็นโรค ๆ ไป และหากรักษาด้วยสมุนไพร อาจไม่ได้ผลที่รวดเร็วนักเหมือนกับยาแผนปัจจุบันโรคกรดไหลย้อนเป็นโรคที่คนสมัยใหม่เป็นกันมาก เนื่องจากชีวิตประจำวันที่เร่งรีบทำให้พฤติกรรมการกินอาหารของเราเปลี่ยนไป อย่างทานมื้อเย็นดึกแล้วนอนทันที อีกทั้งความเครียดที่ต้องเผชิญอยู่ทุกวัน ทำให้มีผลกับระบบทางเดินอาหารและระบบย่อยอาหาร จนส่งผลให้เกิดเป็นโรคกรดไหลย้อนได้...

15 ปัจจัยเสี่ยงทำให้โรคกรดไหลย้อนกำเริบ

โรคกรดไหลย้อนเป็นโรคที่ผู้ป่วยต้องดูแลตัวเองให้ดีจึงทำให้อาการทุเลาเบาบางลงจนหายเป็นปกติได้ การพบแพทย์เพื่อรักษาและได้รับยามากินแม้จะช่วยรักษาโรคได้ แต่หากไม่ดูแลตัวเองให้ดี ยังติดกับพฤติกรรมการกินหรือการใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ โอกาสที่โรคกรดไหลย้อนจะหายขาดได้ก็น้อย โรคนี้จะเรื้อรัง และอาจนำไปสู่การเป็นโรคที่รุนแรงอื่น ๆ ตามมาได้ เช่น โรคหลอดอาหารอักเสบ โรคหลอดอาหารตีบตัน หรือมะเร็งในหลอดอาหารดังนั้นผู้ที่มีอาการของกรดไหลย้อน ต้องรู้ถึงปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้อาการของกรดไหลย้อนแย่ลง หรือแม้โรคหายแล้วก็อาจกลับมาเป็นใหม่ได้ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้โรคกรดไหลย้อนกำเริบ มีดังนี้1. ทานอาหารมากเกินไป การกินอิ่มมากเกินไปจนแน่นท้องและรู้สึกอึดอัดเป็นปัจจัยเสี่ยงทำให้ภาวะกรดไหลย้อนกลับมาได้ เมื่อทานอาหารปริมาณมาก ร่างกายก็จะตอบสนองด้วยการหลั่งน้ำย่อยออกมาในปริมาณที่มากขึ้น จึงเกิดเป็นภาวะกรดเกินในกระเพาะ การย่อยอาหารก็ทำได้ยาก จนอาจมีผลทำให้เกิดอาหารและกรดไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารได้2. ทานอาหารที่มีฤทธิ์เป็นกรด มีประเภทอาหารหลายอย่างที่ผู้ที่มีอาการกรดไหลย้อนต้องหลีกเลี่ยง เช่น อาหารรสจัด น้ำผลไม้รสเปรี้ยว น้ำอัดลม กระเทียม หัวหอมเมื่อทานแล้วจะยิ่งไปเพิ่มความเป็นกรดในกระเพาะ ทำให้กระเพาะระคายเคืองและเป็นแผลได้...

กรดไหลย้อน…โรคไม่อันตราย แต่รบกวนการใช้ชีวิตของคุณ

กรดไหลย้อนเป็นโรคที่มีอาการหลักของโรคคือแสบร้อนที่กลางอก ลักษณะของโรคก็คือหูรูดที่กั้นระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหารทำงานไม่ปกติ ปิดไม่สนิท จึงทำให้น้ำย่อยและอาหารที่ลงไปในกระเพาะแล้ว ย้อนกลับขึ้นมาในหลอดอาหารได้ ซึ่งภาวะนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในคนปกติ ในขณะที่ทานอาหาร มีการเคี้ยว กลืนลงคอ อาหารก็จะถูกส่งผ่านหลอดอาหารไปยังกระเพาะอาหารเพื่อทำการย่อยต่อไป จะไม่มีการไหลแบบย้อนกลับ ดังนั้นกรดไหลย้อนจึงเป็นภาวะที่บอกถึงความผิดปกติของร่างกายที่เราไม่ควรนิ่งนอนใจอาการของโรคไหลย้อน คือ ผู้ป่วยจะแสบร้อนที่หน้าอก เจ็บหน้าอก รู้สึกขมหรือเปรี้ยวในคอ เรอบ่อย เจ็บระคายคอ กลืนยากเหมือนมีอะไรจุกอยู่ที่คอ ท้องอืด คลื่นไส้ เวียนหัว อาเจียน ไอเรื้อรังแบบไม่มีสาเหตุ เสียงแหบ มีกลิ่นปาก ฟันผุ โดยอาการที่เกิดขึ้นอาจมีอาการแค่อย่างเดียว หรือมีอาการร่วมกันหลายอย่างก็ได้ ซึ่งอาการเหล่านี้เป็นอาการของโรคกรดไหลย้อน และโรคอื่นที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร หากไม่มั่นใจผู้ป่วยควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจรักษาและวินิจฉัยจะดีที่สุดดูจากอาการของโรคกรดไหลย้อน เราจะรู้สึกว่าไม่ใช่อาการที่รุนแรงอะไรมาก เป็นอาการทั่วไปที่ไม่น่าจะทำให้ผู้ป่วยทุกข์ทรมานนัก...

รักษาโรคกรดไหลย้อนให้หายขาดได้ ไม่ต้องใช้ยา

โรคกรดไหลย้อนเมื่อใครเป็นแล้วก็ต้องบอกเลยว่าทรมานกับการใช้ชีวิตมาก วันไหนถ้าไม่มีอาการต้องเรียกว่าโชคดีสุด ๆ แต่ถ้าอาการกำเริบขึ้นมาเมื่อไหร่ก็มีแต่จะยิ่งเครียดซึ่งก็มีผลทำให้อาการที่ว่านั้นยิ่งดูเหมือนจะแย่เข้าไปใหญ่ ทั้งปวดแสบปวดร้อนกลางอก เรอเปรี้ยว ท้องอืด อาหารไม่ย่อย กินอะไรก็ไม่อร่อย รู้สึกอึดอัดกันทั้งวัน ไม่ว่าจะทำงานหรือเรียนก็กังวลกับอาการที่ว่า จนขาดสมาธิทำอะไรไม่ได้เลยก็มีดังนั้นถ้ามีวิธีไหนที่รักษาอาการของกรดไหลย้อนให้หายขาดได้ไม่กลับมากวนใจเราได้อีก ก็ขอให้บอก เรายินดีที่ทำทุกอย่างเลย การรักษากรดไหลย้อนด้วยการไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยถึงสาเหตุที่แท้จริงของโรคเป็นสิ่งจำเป็นที่ควรทำ เนื่องจากหลายสาเหตุจำเป็นต้องใช้ยาเพื่อรักษา แต่ถึงแม้รักษาด้วยการหมอหรือทานยาแล้ว การรักษาโรคกรดไหลย้อนให้หายขาดได้จริง ๆ ยังขึ้นอยู่กับการรู้จักดูแลตัวเองและปฏิบัติตนในเรื่องของการกินอยู่ในเหมาะสมด้วย หลายคนเมื่อทานยาอาการกรดไหลย้อนดีขึ้น คิดว่าหายสนิทแล้วก็ทำทุกอย่างเหมือนเดิม ทั้งที่สิ่งเหล่านั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้อาการของกรดไหลย้อนกำเริบขึ้นได้ยาส่วนใหญ่กินเพื่อบรรเทาและรักษาโรคกรดไหลย้อนให้ดีขึ้นได้แต่ก็เป็นครั้ง ๆ ไป โรคกรดไหลย้อนมีความพิเศษตรงที่รักษาให้หายขาดยาก เน้นว่าหายขาด เพราะหากไม่ระวังตัวเมื่อไหร่อาการของโรคนี้ก็กลับมาให้เห็นได้ง่าย ๆ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นคนที่เคยเป็นกรดไหลย้อนมาก่อน หรือคนที่ไม่เคยมีอาการนี้เลย ถ้าไม่อยากต้องทนทรมานกับอาการที่ว่าก็ต้องรู้จักดูแลตัวเอง ทำสิ่งที่ควรทำ และหลีกเลี่ยงสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง...

แนะนำอาหาร 8 ชนิด ช่วยลดกรดไหลย้อน

โรคกรดไหลย้อนเป็นโรคที่สร้างความรำคาญใจให้กับผู้ป่วยมาก เกิดจากความผิดปกติของหูรูดที่อยู่ระหว่างหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร ทำให้อาหารไหลย้อนกลับจากกระเพาะอาหารขึ้นมาที่หลอดอาหารได้ อาการของผู้ที่เป็นกรดไหลย้อนคือ จะรู้สึกแสบร้อนที่กลางอก เรอบ่อย รู้สึกขมในคอ กลืนอาหารยาก บางรายอาจมีอาการเจ็บคอ มีกลิ่นปาก เบื่ออาหาร ท้องอืด ท้องเฟ้อ คลื่นไส้ อาเจียนร่วมด้วย อาการของกรดไหลย้อนหากเกิดขึ้นกับใครแล้วก็มักมีอาการเรื้อรัง ต้องใช้เวลาในการรักษาและปรับตัวนานกว่าอาการนี้จะหายไปแนวทางในการรักษาโรคกรดไหลย้อนที่คนส่วนใหญ่ทำนั้นก็คือการซื้อยาลดกรดมาทาน ซึ่งช่วยบรรเทาอาการของกรดไหลย้อนได้ดีก็จริง แต่ไม่ใช่การรักษาที่ต้นเหตุจึงทำให้อาการของกรดไหลย้อนไม่หายขาด กลับมาเป็นใหม่อีกได้ทุกเมื่อ หรือหลายคนเลือกวิธีไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุของโรคที่แท้จริง เมื่อแพทย์วินิจฉัยก็ให้ยามาทานเพื่อรักษา ซึ่งก็ทำให้อาการของกรดไหลย้อนดีขึ้น และเป็นการรักษาที่สาเหตุ ซึ่งเป็นแนวทางที่แนะนำให้ผู้ป่วยกรดไหลย้อนทุกคนทำโรคกรดไหลย้อนเป็นโรคที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าการดูแลตัวเองเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้อาการของกรดไหลย้อนไม่กลับมากวนใจเราได้อีก แม้ผู้ป่วยจะไปพบแพทย์รักษาอาการจนหายดีแล้วก็ตาม ก็ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่เป็นกรดไหลย้อนอีกหากว่าไม่รู้จักดูแลตัวเองการดูแลตัวเองสำหรับคนเป็นโรคกรดไหลย้อนนั้น ต้องดูแลตั้งแต่เรื่องอาหารการกิน น้ำหนักตัว ไปจนถึงเรื่องของการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกินเป็นเรื่องสำคัญ อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง คืออาหารที่มีไขมันสูง อาหารมัน...

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ รักษาให้หายได้ด้วยการใช้สมุนไพร

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเมื่อไหร่ที่โรคภัยไข้เจ็บมาเยี่ยมเยือนเรา สิ่งที่คนเรามักทำเป็นอันดับแรกก็มีทั้งไปซื้อยามาทานเองหรือไม่ก็ไปหาหมอที่โรงพยาบาล โดยเชื่อว่ายาจะช่วยรักษาโรคภัยไข้เจ็บเหล่านั้นให้หาย และเราก็จะกลับมามีร่างกายที่แข็งแรงเป็นปกติเหมือนอย่างเดิม ทั้งที่จริงแล้วมีโรคหรืออาการไม่น้อยที่ยาแผนปัจจุบันช่วยได้แค่เพียงระงับบรรเทาอาการให้ทุเลาลงเท่านั้น แต่ไม่ได้ช่วยรักษาโรคดังกล่าวให้หายขาดได้ การใช้ยาแผนปัจจุบันส่วนใหญ่ยังมักส่งผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายต่อร่างกายของผู้ป่วยได้อีกด้วย เรียกได้ว่าหายจากอีกโรคหนึ่ง แต่กลับไปมีอาการหรือเป็นโรคใหม่เกิดขึ้นเนื่องจากผลข้างเคียงจากการใช้ยารักษาโรคก่อนหน้าโรคกระเพาะอาหารอักเสบก็เช่นกัน เมื่อผู้ป่วยเป็นโรคนี้แล้วไปพบแพทย์ ก็มักจะได้ยารักษาโรคแผนปัจจุบันที่อาจจะมีทั้งยาฆ่าเชื้อ ยาลดกรด ยาเคลือบกระเพาะ ยาลดการหลั่งกรด และยาบรรเทาอาการปวด ซึ่งยาเหล่านี้แม้จะช่วยรักษาบรรเทาอาการต่าง ๆ ของโรคกระเพาะได้ก็จริง แต่ก็มีผลข้างเคียงที่เกิดจากการใช้ยา ที่มีผลต่อร่างกายของผู้ป่วยได้เช่นกัน เราไปดูกันว่ายารักษาโรคกระเพาะจะมีผลข้างเคียงอะไรบ้าง• ยาฆ่าเชื้อในกรณีที่โรคกระเพาะอาหารเกิดขึ้นจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่าเอชไพโลโร หมอจะจ่ายยาฆ่าเชื้อจำพวก amoxicillin, clarithromycin หรือ metronidazole ซึ่งช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียให้ผู้ป่วยหายจากอาการอักเสบที่เกิดขึ้นในกระเพาะได้ก็จริง แต่ก็มีผลข้างเคียงที่เกิดกับผู้ป่วยได้เช่นกัน โดยอาการที่ว่าก็มีตั้งแต่ครั่นเนื้อครั่นตัว รู้สึกไม่สบายตัว ถ่ายเหลว ท้องร่วง รู้สึกปากขมตลอดเวลา...

สาเหตุของการเป็นแผลในกระเพาะ

โรคกระเพาะเป็นโรคหนึ่งที่สร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยมาก เพราะอาการที่เป็นส่วนใหญ่คือปวดท้อง โดยจะปวดแบบเป็น ๆ หาย ๆ หิวก็ปวด แม้อิ่มก็ปวด บางคนปวดตอนกลางคืนจนรบกวนการนอน แม้อาการปวดจะไม่ได้รุนแรงหรือเฉียบพลัน แต่ก็สร้างความทุกข์ รำคาญใจ และทำให้กังวลไม่น้อย ซึ่งแน่นอนว่าส่งผลต่อการดำเนินชีวิตประจำวันการหาสาเหตุของการเป็นโรคกระเพาะนอกจากจะทำให้หาแนวทางการรักษาได้ถูกวิธีทำให้โรคหายเร็วแล้ว การทราบสาเหตุยังช่วยให้เราหลีกเลี่ยงไม่ให้กลับมาเป็นโรคกระเพาะอีกได้ โรคกระเพาะอักเสบมีหลายระดับความรุนแรง ตั้งแต่เยื่อบุกระเพาะระคายเคือง อักเสบ เป็นแผล จนรุนแรงถึงกระเพาะอาหารทะลุ ซึ่งถือเป็นภาวะรุนแรงที่ต้องเข้ารับการรักษาให้ทันท่วงทีการเป็นแผลในกระเพาะอาหารนั้น เกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน ดังนี้• การติดเชื้อสาเหตุหนึ่งของการเป็นแผลในกระเพาะอาหารก็คือการติดเชื้อ โดยเชื้อที่ว่าเป็นเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่าเอชไพโลไร (H. Pylori) เชื้อนี้ติดต่อกันได้จากคนสู่คน เมื่อรับเชื้อเข้าสู่ร่างกาย เชื้อจะไปอยู่ที่ส่วนของกระเพาะอาหาร ทำให้กระเพาะอาหารเกิดอักเสบขึ้นได้ เชื้อนี้พบในคนเป็นหลัก ไม่พบในสัตว์หรือสิ่งมีชีวิตชนิดอื่น การติดต่อจากคนสู่คนมักเกิดกับคนในครอบครัวหรืออาศัยในบ้านเดียวกัน...

โรคกระเพาะอาหารอักเสบ ภัยเงียบถึงตายได้ หากไม่ระวังให้ดี

โรคกระเพาะอาหารอักเสบมีทั้งเป็นเฉียบพลันซึ่งรักษาอาการให้หายได้ในเวลาสั้น ๆ และแบบเรื้อรังซึ่งอาการจะเป็น ๆ หาย ๆ บางช่วงแทบไม่มีอาการให้เห็นเลยจนย่ามใจคิดว่าหายขาดแล้ว แต่อยู่ ๆ ก็กลับมาเป็นอีก โรคกระเพาะอาหารอักเสบเป็นโรคที่หากใครที่เป็นจะรู้ดีว่าอาการของโรคสร้างความรำคาญและความกังวล รบกวนการใช้ชีวิตในแต่ละวันอยู่ไม่น้อยทีเดียวแต่คนส่วนใหญ่ก็มักคิดว่าโรคกระเพาะเป็นโรคไม่ร้ายแรงอะไร เป็นแล้วเดี๋ยวก็หาย อาการปวดท้องก็ไม่ได้รุนแรงพอทนได้ ส่วนอาการอื่นอย่างท้องอืด อาหารไม่ย่อย คลื่นไส้ อาเจียน ก็เป็นอาการที่แค่ทำให้วิตกกังวลอยู่บ้าง แต่ก็รู้ดีว่าไม่เป็นอะไรมาก เดี๋ยวกินข้าวมีอะไรลงไปในกระเพาะให้ย่อย อาการเหล่านี้ก็จะหายไปเองอาการของผู้ป่วยโรคกระเพาะอาหารอักเสบมีตั้งแต่ปวดเสียดจุกแน่นที่หน้าท้องช่วงบน มักปวดก่อนมื้ออาหาร อาการปวดนี้จะหายไปเมื่อได้ทานอาหารหรือทานยาลดกรด อาการปวดเป็นในลักษณะของการเป็น ๆ หาย ๆ โดยช่วงที่หายก็นานพอสมควรจนทำให้คิดว่าหายขาดแล้ว เช่น ปวดอยู่ 2 สัปดาห์ แต่หายไปหลายเดือน...

อาหารที่ผู้ป่วยโรคกระเพาะต้องหลีกเลี่ยง

ถ้าจะถามว่าโรคฮิตของคนยุคใหม่มีโรคอะไรบ้าง หนึ่งในโรคติดอันดับก็คือโรคกระเพาะอาหารอักเสบ เพราะชีวิตของคนทำงานในปัจจุบันต้องแข่งกับเวลา หลายครั้งมื้ออาหารต้องเร่งรีบ ไม่สามารถเลือกทานของมีประโยชน์อย่างที่ต้องการได้ เมื่อรวมกับความเครียด และพฤติกรรมบางอย่างที่ไม่เหมาะสม จึงประกอบกันส่งผลให้กระเพาะอาหารผลิตน้ำย่อยที่มีฤทธิ์เป็นกรดออกมามากเกินความจำเป็น ทำให้เกิดเป็นแผลในกระเพาะอาหาร กลายเป็นโรคกระเพาะอาหารได้ข้อแนะนำเมื่อเป็นโรคกระเพาะนอกจากควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจวินิจฉัยถึงสาเหตุจะได้มีแนวทางการรักษาที่ถูกต้องแล้ว การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมโดยเฉพาะเรื่องของการกินอาหารถือว่าจำเป็นอย่างมาก เป็นปัจจัยสำคัญช่วยให้หายจากโรคกระเพาะได้ หลายคนคิดว่าถึงมือหมอแล้วปลอดภัย แค่กินยาตามหมอสั่งก็น่าจะหายได้ แต่ไม่ได้ปรับเปลี่ยนนิสัยการกินหรือหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่าง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ โรคกระเพาะแม้จะบรรเทาหายไปบ้าง แต่ก็ไม่หายขาด มีโอกาสที่อาการของโรคกระเพาะจะกลับมาเยี่ยมเยือนเราได้ตลอดเวลากลายเป็นโรคเรื้อรังและนำไปสู่ภาวะที่รุนแรงจนรักษาได้ยากดังนั้นผู้ที่เป็นโรคกระเพาะควรต้องใส่ใจกับเรื่องการกินอาหารเป็นพิเศษ ข้อแนะนำคือต้องทานอาหารให้ครบ 3 มื้อโดยไม่มีข้อยกเว้น และแต่ละมื้ออาหารต้องตรงตามเวลา เมื่อทานอาหารไม่ควรเร่งรีบจนเคี้ยวไม่ละเอียดจะทำให้กระเพาะต้องทำงานหนัก ควรกินช้าเคี้ยวให้ละเอียด แต่ละมื้อให้ทานแค่พออิ่ม ไม่ทานมากจนเกินไป อาจซอยมื้ออาหารเป็นมื้อย่อย ๆ ทานให้บ่อยขึ้น หากฝึกนิสัยการกินให้ได้ตามนี้จะช่วยให้แผลในกระเพาะสมานเร็วขึ้น และโอกาสน้อยลงที่จะกลับมามีอาการอีก แก้กรดไหลย้อนด้วยสมุนไพรดูรายละเอียด...

ความเครียดกับโรคกระเพาะ มันเกี่ยวกันจริงหรือ

เวลาเราเป็นทุกข์หรือมีความเครียดแล้วไปปรึกษาใคร คนเหล่านั้นมักบอกเราว่าอย่าเครียดเดี๋ยวจะไม่สบาย มันจริงหรือ ที่ความเครียดที่อยู่ในใจ มันจะส่งผลทำให้ร่างกายของเราไม่สบายได้ ความเครียดนั้นเกิดได้จากหลายสาเหตุด้วยกัน บ่อยครั้งที่ความเครียดเกิดขึ้นเพราะต้องพบเจอหรือเผชิญกับเหตุการณ์ที่ร้ายแรงมาก ๆ แต่ความเครียดก็เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันได้เช่นกัน โดยเกิดจากการทำงาน ครอบครัว หรือคนรอบข้าง เป็นความเครียดที่ค่อย ๆ สะสมโดยที่เราก็ไม่รู้ตัวความเครียดนั้นที่จริงแล้วไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบทางด้านจิตใจของคนเราเท่านั้น แต่ยังมีผลกับร่างกายด้วย เวลาเราเจอคนที่เครียด สิ่งแรกที่เราสังเกตเห็นคือใบหน้าที่บึ้งตึง คิ้วขมวด ไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส ขาดอารมณ์ขัน วิตกกังวล คิดมากจนฟุ้งซ่าน รู้สึกกดดัน ไม่อยากเข้าสังคมเจอใคร อารมณ์แปรปรวน ชอบปลีกวิเวก ซึมเศร้า ขาดสมาธิ และถูกกระตุ้นได้ง่าย   ความเครียดที่ส่งผลกับสุขภาพร่างกายก็เนื่องจากทำให้เรารับประทานอาหารน้อยหรือมากเกินไป ทานไม่เป็นเวลา ประสบภาวะนอนไม่หลับ ทำให้นอนมากหรือน้อยเกินไป...

กระเพาะอักเสบ อย่าปล่อยให้เรื้อรัง รักษาให้หายขาดได้

โรคกระเพาะเป็นโรคติดอันดับของคนยุคใหม่ที่มีชีวิตเร่งรีบทำให้ทานอาหารไม่เป็นเวลาและเครียด แม้ว่าอาการอักเสบของกระเพาะอาจไม่จำเป็นต้องเป็นแผลในกระเพาะอาหาร อาจเกิดจากสาเหตุอื่น เช่น ติดเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่าเอชไพโลไร หรือมีสาเหตุจากความผิดปกติของการทำงานของกระเพาะอาหารและลำไส้ แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพฤติกรรมและนิสัยในการทานอาหารและการใช้ชีวิตแต่ละวันนั้นส่งผลต่ออวัยวะภายในอย่างกระเพาะอาหารทำให้เกิดการอักเสบได้เหมือนกันการอักเสบของกระเพาะอาหารนั้นอาจเกิดขึ้นโดยเริ่มจากการมีอาการแค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น โดยอาการที่แสดงออกมาคือ ท้องอืด ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย จุกเสียด แน่นบริเวณลิ้นปี่ ซึ่งหากเราไม่นิ่งนอนใจ หาสาเหตุและรีบหันมาดูแลตัวเอง แก้ไขพฤติกรรมโดยด่วน หรืออาจไปพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง หากเป็นภาวะติดเชื้อแล้วตรวจพบแต่เนิ่น ๆ ก็ทำให้รักษาหายขาดได้ง่ายเช่นกันการอักเสบของกระเพาะไม่จำเป็นต้องมีแผลในกระเพาะอาหาร อาจเป็นแค่เยื่อบุกระเพาะอาหารเกิดการระคายเคืองเท่านั้น ส่วนใหญ่ร่างกายมักมีสัญญาณเตือนออกมาให้เห็นจากอาการที่ว่า แต่หลายคนที่เมื่อเห็นว่าอาการดังกล่าวไม่อันตรายอะไร ไม่คิดว่าจะเป็นโรคร้ายแรง จึงปล่อยให้ผ่านไปโดยไม่ได้หาสาเหตุหรือพยายามรักษา พอไม่กี่วันอาการดีขึ้นก็คิดว่าไม่เป็นอะไร ทั้งที่จริงอาการอักเสบของกระเพาะยังไม่ได้หายสนิท แต่รอวันที่จะแสดงอาการที่รุนแรงออกมา หากไม่ได้รับการดูแลหรือรักษาอย่างเหมาะสม แก้โรคกระเพาะด้วยสมุนไพรดูรายละเอียด กดเลย! หากการอักเสบของกระเพาะเกิดขึ้นจนทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการปวดท้อง โดยปวดบริเวณลิ้นปี่ ใต้ซี่โครง ปวดแบบเป็น...

แนวทางการรักษาที่คนเป็นโรคกระเพาะควรทราบ

เป็นเรื่องปกติที่เมื่อคนเราเป็นโรคอะไรขึ้นมาก็แล้วแต่ เราก็ย่อมอยากหาวิธีรักษาโรคนั้นให้หายได้ สำหรับโรคกระเพาะอาหารก็เหมือนกัน โรคกระเพาะเป็นโรคที่มีคนเป็นกันมาก ไม่ใช่โรคที่ร้ายแรง สามารถรักษาให้หายขาดได้ หากดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี ทานยาตามสั่ง และปฏิบัติตนตามที่คุณหมอแนะนำแนวทางการรักษาโรคกระเพาะอาหารนั้นมีหลักอยู่ 2 อย่าง คือ หาสาเหตุและรักษาตามนั้น กับรักษาไปตามอาการของผู้ป่วยเพื่อให้อาการเหล่านั้นบรรเทา ดังนั้นการรักษาโรคกระเพาะให้ไม่กลับมากวนใจที่ผู้ป่วยควรทราบก็คือต้องหาต้นเหตุของโรคให้เจอเสียก่อน เพราะถ้ารักษาไม่ถูกจุด ผู้ป่วยก็ยากที่จะหายจากโรคกระเพาะ• รักษาโดยใช้ยาปกติเมื่อผู้ป่วยไปพบแพทย์ และแพทย์ตรวจเจอว่ามีแผลในกระเพาะอาหารแล้ว แนวทางการรักษาก็คือการใช้ยากิน เพื่อช่วยรักษาแผลในกระเพาะ เมื่อแผลในกระเพาะหายก็จะทำให้อาการต่างของโรค เช่น ปวดท้อง แสบท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ เหล่านี้หายไปได้ในที่สุด โดยเมื่อผู้ป่วยได้รับการตรวจและได้รับยาจากแพทย์แล้ว ก็ต้องกินยาตามแพทย์สั่งอย่างสม่ำเสมอและเคร่งครัด กินให้ครบตามจำนวนในแต่ละวัน โรคกระเพาะอาหารเป็นโรคที่ต้องรักษานานถึงหาย นึกดูว่าเป็นแผลในกระเพาะที่มีทั้งอาหารและความชื้นอยู่ตลอด แผลก็ไม่น่าหายง่าย...

อาการที่บ่งบอกว่าคุณอาจเป็นโรคกระเพาะอักเสบ

โรคกระเพาะอาหารอักเสบเป็นโรคยอดฮิตของคนรุ่นใหม่ ถือเป็นหนึ่งในออฟฟิศซินโดรมที่คนทำงานประจำหรือมนุษย์เงินเดือนเป็นกันเยอะ เพราะงานที่เครียดหรือไม่เป็นเวลาทำให้เรากินอาหารไม่เป็นเวลา บางคนไม่ได้กินมื้อเช้า หลายคนประชุมเลิกช้าทำให้มื้อกลางวันต้องกลายไปเป็นมื้อบ่ายแทน ส่วนมื้อเย็นกว่าจะเลิกงานก็เล่นเอาเป็นมื้อดึกก่อนนอนไป แถมงานที่เครียดก็ยิ่งส่งผลให้ร่างกายผลิตน้ำย่อยที่เป็นกรดออกมาเยอะเกินไปทำให้ระคายเคืองจนถึงขั้นทำให้กระเพาะเป็นแผลอักเสบได้พฤติกรรมอื่น ๆ ที่สุ่มเสี่ยงต่อการเป็นโรคกระเพาะอักเสบ ก็มีทั้งสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ นอนไม่พอ หรือชอบทานอาหารรสจัดไม่แต่เฉพาะพฤติกรรมความเป็นอยู่ที่จะนำไปสู่โรคกระเพาะอาหารเท่านั้น แต่ภาวะของการติดเชื้อก็เป็นสาเหตุทำให้กระเพาะอาหารอักเสบได้ รวมไปถึงการทำงานที่ผิดปกติของกระเพาะอาหารและลำไส้ส่งผลให้ระบบรวนก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุของโรคกระเพาะได้เช่นกัน ซึ่งโรคกระเพาะนี้เมื่อเป็นแล้วก็จะมีอาการที่แสดงออกมาให้รู้อยู่หลายอย่างเหมือนกัน การจะบอกได้ว่าเป็นโรคกระเพาะอักเสบหรือไม่ ต้องอาศัยดูจากอาการที่เป็นหลาย ๆ อาการร่วมกัน เราลองไปดูกันว่าอาการใดบ้างที่บ่งบอกว่าคุณอาจกำลังเป็นโรคกระเพาะอักเสบอยู่ก็ได้• ปวดท้องอาการแรกของโรคกระเพาะที่สังเกตได้ง่ายที่สุด และอาการนี้มีทันทีแม้ว่าโรคกระเพาะจะยังไม่รุนแรงก็ตาม ก็คือ อาการปวดท้อง แต่อาการปวดท้องแบบไหนที่เป็นโรคกระเพาะก็ต้องดูด้วย โดยต้องเป็นการปวดบริเวณท้องส่วนบน ค่อนไปทางซ้าย ใต้ซี่โครงหรือลิ้นปี การปวดจะเป็นปวดแบบแสบ จุกเสียด แต่ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นทนไม่ได้ อาการปวดไม่ได้เฉียบพลันทันใด แต่เป็นอาการปวดต่อเนื่อง...

ปวดท้องอย่างไรถึงเรียกว่าเป็นโรคกระเพาะ

อาการอย่างหนึ่งที่สำคัญของโรคกระเพาะอาหารก็คืออาการปวดท้องนั่นเอง แต่แค่อาการปวดท้องเพียงอย่างเดียวอาจไม่ได้บอกว่าเราเป็นโรคกระเพาะอาหารอยู่ เพราะมีอีกหลายโรคที่ก็มีอาการปวดท้องเหมือนกัน เช่น ไส้ติ่งอักเสบ ลำไส้อักเสบ ท้องร่วง อาหารเป็นพิษ ฯลฯ แล้วแบบนี้เราจะรู้ได้อย่างไรล่ะว่าปวดท้องแบบไหนถึงเป็นโรคกระเพาะอาหาร เวลาไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาจะได้บอกถูกว่าปวดท้องแบบนี้ต้องอธิบายแบบไหน แพทย์ถึงจะวินิจฉัย หาสาเหตุ และรักษาโรคได้ถูกต้องก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าช่องท้องของคนเรานั้นแบ่งเป็นสองส่วนด้วยกัน คือช่องท้องส่วนบน และช่องท้องส่วนล่าง ช่องท้องส่วนบนเป็นส่วนของอวัยวะที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร คือ ก็มีตั้งแต่กระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก ตับ ถุงน้ำดี ม้าม ไต กระเพาะปัสสาวะ และช่องท้องส่วนล่างเป็นส่วนของอวัยวะที่เกี่ยวกับระบบสืบพันธุ์ คือ รังไข่ และมดลูก หากมีอาการปวดท้องเกิดขึ้น อันดับแรกให้สังเกตว่าปวดที่บริเวณใด เป็นช่องท้องส่วนบนหรือช่องท้องส่วนล่างจะได้ทราบเบื้องต้นว่าเกี่ยวข้องกับอวัยวะใดถ้าเป็นโรคกระเพาะอาหาร อาการปวดท้องที่เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นที่ช่องท้องส่วนบนเพราะเป็นระบบทางเดินอาหาร จะเป็นบริเวณที่อยู่เหนือสะดือขึ้นไป...

วิธีดูแลตัวเองเมื่อเป็นโรคกระเพาะ

โรคกระเพาะเป็นโรคที่คนยุคใหม่ต้องเผชิญกันมากขึ้น เนื่องจากชีวิตประจำวันที่เร่งรีบ ต้องทำสิ่งต่าง ๆ แข่งกับเวลา จึงทำให้ทานอาหารไม่เป็นเวลา และไม่มีโอกาสเลือกอาหารที่ถูกสุขลักษณะหรือดีต่อสุขภาพมากนัก แถมด้วยความเครียดจากการทำงานและการใช้ชีวิตในทุก ๆ วันทำให้คนเราเลือกทำพฤติกรรมหลายอย่างที่มีผลกับสุขภาพ โดยเฉพาะมีผลกับอวัยวะสำคัญของร่างกายอย่างกระเพาะอาหารโดยตรงโรคกระเพาะอาหารแม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรงนัก แต่เมื่อก็เป็นโรคที่สร้างความรำคาญและมีผลกับคุณภาพของชีวิตเราไม่ใช่น้อย อย่างอาการปวดท้องของโรคกระเพาะจะปวดทุกมื้ออาหารทั้งก่อนและหลังอาหาร ปวดทั้งตอนท้องว่างและตอนอิ่ม หลายครั้งที่ช่วงเวลานอนตอนกลางคืนก็ยังมีอาการปวดขึ้นมาได้ นอกจากปวดท้องคนเป็นโรคกระเพาะก็อาจมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น ท้องอืด อาเจียน หรืออุจจาระผิดปกติสำหรับคนเป็นโรคกระเพาะ ถ้าอยากให้อาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้นบรรเทาเบาบางลงไปได้ ไม่ก่อความรำคาญหรือกวนใจนัก รวมทั้งต้องการให้โรคนี้หายขาด ไม่อยากให้เรื้อรังจนกลายเป็นโรคที่ร้ายแรงอย่างกระเพาะอาหารอักเสบขั้นรุนแรง หรือเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ก็ต้องดูแลตัวเองให้ดี ต้องปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้เหมาะสม ต้องไม่ลืมว่าเราเป็นโรคกระเพาะอาหารอยู่ จะทำตัวเหมือนคนปกติที่ไม่เป็นโรคนั้นไม่ได้• ทานอาหารให้ตรงเวลา ครบ 3...

ปรับพฤติกรรมการกิน ลดอาหารสุ่มเสี่ยง เพื่อเลี่ยงอาการ “กรดไหลย้อน”

You are what you eat. คุณกินอะไร คุณก็ได้อย่างนั้น เป็นประโยคจริงแท้ที่สุด เพราะอาหารคือของกินที่ต้องเข้าไปอยู่ในร่างกายเราทุกวัน หากเราเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ร่างกายเราก็จะได้รับประโยชน์ไปด้วย ตรงกันข้ามหากเราเลือกที่จะทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์หรือให้ประโยชน์น้อยกว่าโทษ ร่างกายเราก็ต้องแย่ลง สุขภาพก็ไม่ดีตามไปด้วย พาลไปถึงโรคภัยต่าง ๆ อีกมากที่พร้อมเข้ามาอยู่เคียงข้างแม้ว่าเราไม่ต้องการก็ตาม หลายคนกินอาหารโดยไม่คำนึงว่าสิ่งใดมีคุณสิ่งใดให้โทษ และอีกจำนวนไม่น้อยที่รู้ทั้งรู้ว่าอาหารแบบไหนควรทานไม่ควรทานแต่ก็ยังไม่ยอมเลี่ยงอยู่ดี เพราะเอาแต่คิดว่าไม่เป็นไร นั่นเป็นเพราะว่าร่างกายยังไม่แสดงอาการแย่ ๆ ออกมาให้รู้สึก เหมือนกับอาการของกรดไหลย้อนที่เริ่มเป็นกันแรก ๆ แล้วไม่สนใจอะไร จนอาการหนักขึ้นและกลายเป็นโรคแทรกซ้อนมากมายตามมานอกจากอาการมีรสเปรี้ยวในปาก รู้สึกมีก้อนอะไรขวางลำคอ แสบท้อง ไอไม่มีสาเหตุ คอแห้ง ยังอาจทำให้เป็นปอดอักเสบ หอบหืด หลอดอาหารเป็นแผลและตีบ มะเร็งหลอดอาหาร...

กรดไหลย้อน ภัยเงียบที่มาจาก 5 นิสัยเคยตัว ที่คุณเองก็ทำ !!

ถึงแม้ว่าความเจ็บป่วยและสุขภาพแย่ ๆ ที่เราทุกคนต่างไม่ต้องการนั้น จะไม่สามารถห้ามให้เกิดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่หากไม่ป้องกันดูแลตัวเองเลยก็ยิ่งเป็นการเพิ่มโอกาสโรคมาขึ้นกว่าปกติ เพราะโรคหลายอย่างก็มักมาจากพฤติกรรมของเราเองทั้งนั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเราก็จะไม่สังเกตและรู้ตัวจนกว่าจะมีอาการของโรคนั้น ๆ แสดงออกมากขึ้น หรือไม่บางรายเป็นหนักขนาดไหนก็ยังไม่เอะใจด้วยซ้ำ นั้นอาจเป็นเพราะบางโรคยังเป็นอาการที่เราเข้าใจว่าเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เพราะเป็นแล้วเดี๋ยวก็หายไปเองเหมือนทุกครั้ง อย่างโรคกรดไหลย้อน หนึ่งในโรคยอดฮิตของคนในสังคมที่เราจะพูดถึงในวันนี้ก็เช่นเดียวกันโรคกรดไหลย้อนมันคืออะไร ? กรดไหลย้อน คือ การที่เหล่าน้ำย่อยหรือกรดรวมถึงของเหลวจากอาหารที่อยู่ในกระเพาะของเรา เกิดการไหลย้อนขึ้นมาทางหลอดอาหาร บางครั้งก็ค้างอยู่บริเวณลำคอ หลายครั้งก็ไหลขึ้นมาถึงช่องปากและมีรสเปรี้ยว ซึ่งสาเหตุก็เพราะหูรูดที่อยู่ส่วนปลายของหลอดอาหารนี่เองเกิดปัญหาทำงานผิดปกติ และเมื่อมีกรดไหลย้อนจะมีอาการหลายอย่างด้วยกัน ตั้งแต่ระดับความรุนแรงไม่มาก คือ เรอเปรี้ยว แสบคอ แสบท้อง และแสบถึงทรวงอก ไปจนถึงระดับความรุนแรงที่หนัก คือ มีอาการคลื่นไส้ อาเจียน ไอเรื้อรัง เจ็บหน้าอก...

กรดไหลย้อน ที่ย้อนทำร้ายคุณได้อย่างรุนแรง หากยังชะล่าใจ

คุณรักชีวิตของคุณมากแค่ไหน ? เป็นคำถามที่ตอบได้เลยทันทีว่า มาก ! แต่คำถามต่อไปอาจทำให้คุณเริ่มฉุกคิดขึ้นมาก่อนตอบแน่ว่า แล้วนอกจากความปลอดภัยจากอุบัติเหตุแล้ว คุณดูแลสุขภาพได้ดีแค่ไหน ? พักผ่อนเพียงพอไหม ออกกำลังกายบ้างหรือไม่ แล้วอาหารล่ะถูกสุขลักษณะและมีปะโยชน์ไหม ถึงแม้ตอนนี้เทรนด์รักสุขภาพกำลังมาแรงแต่ก็ยังมีหลายคนที่ละเลยไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เท่าที่ควร มักจะมารู้ตัวกันอีกทีว่าต้องป้องกันหรือรีบรักษาก็ตอนเป็นโรคที่หนักจนทรมานแล้ว เหมือนกับอาการของ “กรดไหลย้อน” ที่คนจำนวนมากเริ่มเป็นแต่ก็ไม่รีบปรับเปลี่ยน ป้องกัน หาทางรักษา มัวชะล่าใจจนความรุนแรงที่ไม่คาดคิดย้อนมาทำร้ายอย่างสาหัส !!อาการที่รู้สึกว่ามีก้อนหรือของเหลวอะไรบางอย่างไหลย้อนขึ้นมาตรงคอและปาก จนทำให้ได้รสชาติเปรี้ยวแปลก ๆ คืออาการของกรดไหลย้อนในระดับธรรมดาที่เราทุกคนต่างเป็นกันได้หากนาน ๆ ครั้งถึงจะมีอาการดังกล่าวก็ถือว่ายังไม่ใช่โรค แต่ถ้าอาการเริ่มเป็นบ่อยจนผิดปกติร่วมกับอาการที่เพิ่มความรุนแรงขึ้น อันนี้เริ่มเข้าข่ายเป็นโรคกรดไหลย้อนและน่าเป็นห่วง ซึ่งระดับความรุนแรงจะมีตั้งแต่อาการเบา ๆ อย่างเรอเปรี้ยว จุกแน่น ท้องอืดผิดปกติ และหนักขึ้นเป็นแสบท้อง...

5 อาชีพใกล้ตัว ที่โรคกรดไหลย้อนจะถามหามากที่สุด

คุณเคยมีอาการเรอเปรี้ยว มีรสเปรี้ยวในปาก แสบลำคอรู้สึกเป็นก้อน ๆ อึดอัดแน่นและแสบในช่องท้องบ้างหรือไม่ ? ถ้าใช่คุณอาจเข้าข่ายเป็นโรคกรดไหลย้อนได้ จริง ๆ แล้วอาการที่ว่ามานี้เชื่อว่าแทบทุกคนน่าจะเคยมีประสบการณ์มาแล้วทั้งนั้น ถ้านาน ๆ เป็นทีถือว่าเป็นเรื่องปกติที่มีสิทธิ์เกิดขึ้นได้ เพราะมันยังอยู่ในขอบเขตแค่คำว่า “อาการกรดไหลย้อน” แต่ถ้าเป็นประจำและหนักขึ้นเรื่อย ๆ อันนี้ถือว่าเป็น “โรคกรดไหลย้อน” แล้วล่ะ และโรคนี้นับว่าเป็นอีกหนึ่งโรคฮิตของผู้คนยุคนี้เลยก็ว่าได้ เป็นโรคที่รบกวนและสร้างความรำคาญต่อการใช้ชีวิตอย่างมาก ขณะเดียวกันเราก็มักจะละเลยไม่สนใจจะรักษาหรือหาทางหลีกเลี่ยงเพราะคิดว่าไม่ใช่โรคที่อันตรายร้ายแรงอะไร เรอเปรี้ยว แสบคอ ไม่นานก็หาย แต่พฤติกรรมหลายอย่างของการใช้ชีวิตอันส่งผลให้เกิดกรดไหลย้อนก็ไม่ได้เปลี่ยนไป ก็ยิ่งทำให้อาการหนักขึ้นและเสี่ยงเป็นโรครุนแรงอื่นตามมาได้ต้องบอกว่าทุกคนในสังคมล้วนมีโอกาสเกิดอาการหรือเป็นโรคกรดไหลย้อนกันได้ทั้งนั้น เพราะกรดที่ไหลย้อนนำพาของเหลวจากอาหารที่เราทานไปกลับขึ้นมาเพราะหูรูดส่วนปลายของหลอดอาหารทำงานเปลี่ยนไป ก็มาจากเหล่าพฤติกรรมการกินอาหารที่ไม่มีประโยชน์เร่งให้เกิดกรด การกินแบบไม่รู้จักเวลาที่สมควรทำให้อาหารสะสมจนล้นออกจากกระเพาะ พฤติกรรมการทานอาหารที่อิ่มแล้วนอนหรือเอนหลังทันที และพฤติกรรมอื่น ๆ...

พนักงานออฟฟิศ กับ 4 รูปแบบชีวิตที่เสี่ยงต่อ “กรดไหลย้อน”

โรคภัยไม่ใช่เรื่องไกลตัว ความเจ็บป่วยมันแฝงตัวอยู่ในทุกการใช้ชีวิตของเรา ถึงแม้เราจะดูแลสุขภาพอย่างดีที่สุดแล้วก็ตาม แต่เมื่อจะไม่สบายขึ้นมาอะไรก็ขวางไว้ไม่ได้และมักจะมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยซะด้วย โรคหลายอย่างไม่เลือกอายุ ไม่เลือกเพศ และไม่เลือกอาชีพ สำหรับพนักงานออฟฟิศเองเราคงเคยได้ยินกันมาบ้างแล้วว่ามีโอกาสเจ็บป่วยได้ง่ายและหลายโรค แต่ปัจจุบันคนส่วนใหญ่กำลังให้ความสำคัญไปกับโรคออฟฟิศซินโดรม โรคใหม่ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ตอนนี้ จนลืมนึกถึงโรคที่รบกวนการใช้ชีวิตอย่างมากและอาจลุกลามไปถึงโรคร้ายอื่นได้อย่าง “กรดไหลย้อน”กรดไหลย้อน.. . คือ อาการที่กรดรวมไปถึงของเหลวต่าง ๆ ที่อยู่ในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นมาผ่านทางหลอดอาหาร จะขึ้นมามากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับแรงดันในช่องท้องและปริมาณกรดที่มีอยู่ ซึ่งบางครั้งก็ไหลมาถึงแค่หลอดอาหาร บางทีก็มาอยู่บริเวณลำคอจนเรารู้สึกได้ว่ามีก้อนอะไรบางอย่างขวางคออยู่ ไปจนถึงออกมาอยู่ในปากของเราทำให้สัมผัสได้ถึงรสเปรี้ยวเหม็น ๆ คำถามคือทำไมกรดและพวกของเหลวเหล่านี้ถึงไหลขึ้นมาได้ล่ะ ทั้ง ๆ ที่เรากินอาหารมันก็ลงไปสู่กระเพาะเรียบร้อยแล้ว ? คำตอบ... เพราะส่วนกั้นระหว่างหลอดลำเลียงอาหารกับกระเพาะที่เรียกว่า “หูรูดส่วนปลาย” เกิดการคลายตัวอย่างมาก จากปกติที่ต้องบีบตัวปิดเมื่อยังไม่มีการไหลลงไปของอาหาร จึงเป็นเหตุให้ทุกอย่างในกระเพาะเริ่มไหลย้อนกลับขึ้นมาด้านบนและกลายเป็นอาการที่เราเรียกว่ากรดไหลย้อนนั่นเองแล้วพนักงานออฟฟิศกับโรคกรดไหลย้อนเกี่ยวข้องกันอย่างไร ทำไมถึงมีโอกาสเสี่ยงมากในการเกิดโรคนี้...

โปรโมชั่นพิเศษ!!
เหลือเพียง 950 บาท เท่านั้น กดรับสิทธิ์!